การสร้างบ้านในปัจจุบันนี้ นอกจากจะเน้นการประหยัดงบประมานสำหรับก่อสร้างบ้านแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดซึ่งต้องคำนึงถึงก็คือการสำรวจเทรนด์ของอนาคตโดยการปรึกษากับบริษัทรับสร้างบ้านนั่นเอง เป็นการมองไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นแทนที่จะสร้างบ้านโดยยึดติดกับอดีต  หากพิจารณาไปที่บ้านสมัยก่อน เราจะเห็นได้ชัดว่าการสร้างบ้านแบบ “ไทยๆ” จะเน้นไปที่การสร้างบ้านใต้ถุนสูง พร้อมๆ กับการมีมุมรับลม แต่บ้านใต้ถุนสูงในปัจจุบันกลับไม่สามารถแก้ปัญหาบ้านร้อนของประเทศไทย เนื่องจากว่าประเทศไทยในปัจจุบันเองก็ได้รับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนไม่แพ้ประเทศอื่นๆ ยิ่งประเทศไทยเป็นประเทศแถบเส้นศูนย์สูตรด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ร้อนและรับแสงอาทิตย์เต็มที่  สำหรับนวัตกรรมบ้านในยุคใหม่ที่บริษัทรับสร้างบ้านต้องศึกษามีดังนี้  1.เน้นการใช้พลังงานด้านอื่น ทดแทนพลังงานไฟฟ้า  สำหรับเทรนด์การก่อสร้างบ้านแบบแรกคือการเน้นใช้พลังงานด้านอื่นแทนการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งของประเทศไทย ที่ปัจจุบันไฟฟ้าผลิตและนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประเทศลาวหรือเมียนมาร์ และมาจากกรรมวิธีของการผลิตจากก๊าซธรรมชาติ คำถามคือเมื่อก๊าซธรรมชาติหมดโลกไปแล้ว จะทำอย่างไร ทางที่ดีจึงควรใช้พลังงานด้านอื่นทดแทนไปด้วย โดยในประเทศไทยเห็นจะหนีไม่พ้นพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งในไทยมีแสงแดดให้ใช้อย่างไม่จำกัดเลยทีเดียว  2.ใช้วัสดุที่ผ่านการรียูส  นอกจากจะเน้นการใช้พลังงานทางด้านอื่นๆ แล้ว การใช้วัสดุที่ผ่านการรียูสจัดได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก วัสดุที่รียูสจะลดการทำลายทรัพยากรของโลกได้เป็นอย่างดีและเหมาะสมกับยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นการนำไม้จากบ้านไม้เก่าที่เป็นมรดกของปู่ย่าตายายในต่างจังหวัด เป็นต้น   3.บ้านไม่ร้อนพร้อมลดมลพิษ  ปัจจุบันนี้เวลาที่จะสร้างบ้านไม่ให้ร้อน ร้อยทั้งร้อยจะเน้นไปที่การสร้างบ้านที่กรุกระจกทั้งหมด พร้อมๆ กันนั้นก็มีการติดม่านบังแสง หรือว่าม่านพรางตาเพื่อลดปัญหาของแสงแดดส่อง จากนั้นจะมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อช่วยในการลดปัญหาของความร้อน แต่หากใช้วิธีนี้...